คำถามและคำตอบเกี่ยวกับโรคไทรอยด์และการติดเชื้อ COVID-19

คำถาม: ผู้ที่เป็นโรคไทรอยด์มีความเสี่ยงในการติดเชื้อหรือเพิ่มความรุนแรงของโรค COVID-19 มากขึ้นหรือไม่

คำตอบ: ปัจจุบันยังไม่มีข้อมูล แต่เป็นไปได้ว่าในผู้ที่คุมภาวะไทรอยด์ได้ไม่ดีจะเกิดภาวะแทรกซ้อนได้มากขึ้น เช่น ภาวะไทรอยด์เป็นพิษแบบรุนแรง ดังนั้นจึงแนะนำให้ผู้เป็นโรคไทรอยด์รับประทานยาอย่างสม่ำเสมอเพื่อลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อน  

 

คำถาม: การรับประทานยาต้านไทรอยด์เพื่อรักษาภาวะไทรอยด์เป็นพิษ ทำให้ความเสี่ยงในการติดเชื้อ COVID-19 เพิ่มขึ้นหรือไม่

คำตอบ: ปัจจุบันยังไม่มีข้อมูล อย่างไรก็ตามผลข้างเคียงจากยาต้านไทรอยด์ที่พบได้น้อยมาก คือภาวะเม็ดเลือดขาวต่ำ ผู้ป่วยจะมีอาการไข้ เจ็บคอ ซึ่งคล้ายกับการติดเชื้อ COVID-19 ในกรณีที่ผู้ป่วยเป็นโรคไทรอยด์ขึ้นตาและได้รับยาสเตียรอยด์หรือยากดภูมิต้านทาน ผู้ป่วยจะมีความเสี่ยงสูงต่อการเจ็บป่วยรุนแรงจาก โรค COVID-19 ควรปฏิบัติตัวเพื่อป้องกันการติดเชื้ออย่างเคร่งครัด

 

คำถาม: หากผู้ป่วยรับประทานยาต้านไทรอยด์แล้วมีอาการไข้ เจ็บคอ ควรทำอย่างไร

คำตอบ: ถ้าผู้ป่วยมีอาการเล็กน้อยและไม่มีประวัติเสี่ยงต่อการติดเชื้อ COVID-19 ไม่แนะนำให้ตรวจหาโรค COVID-19 แนะนำให้ผู้ป่วยหยุดยาต้านไทรอยด์ทันทีและมาพบแพทย์เพื่อทำการตรวจตรวจเลือดดูระดับเม็ดเลือดขาว ยกเว้นในกรณีที่ไม่สามารถไปตรวจเลือดได้เนื่องจากการระบาดของโรค COVID-19 แนะนำให้ผู้ป่วยหยุดยาต้านไทรอยด์ 1 สัปดาห์ ถ้าอาการหายไปให้เริ่มยาต้านไทรอยด์ใหม่ แต่ถ้าหลังหยุดยาอาการยังไม่ดีขึ้นหรือเป็นใหม่หลังเริ่มยา ต้องรีบไปพบแพทย์ทันที

 

คำถาม: ผู้ป่วยที่เป็นโรคไทรอยด์หรือทานยารักษาโรคไทรอยด์อยู่ อาการคงที่ จำเป็นต้องไปพบแพทย์ตามนัดในช่วงที่มีการระบาด COVID-19 หรือไม่

คำตอบ: แนะนำว่าในกรณีที่อาการคงที่อาจพิจารณาเจาะเลือดตรวจใกล้บ้านและส่งผลมาทางโทรศัพท์หรือช่องทางการสื่อสารอื่นมายังแพทย์ผู้ดูแลหรือสถานพยาบาลเดิม ไม่ควรหยุดยาเองโดยเด็ดขาด ให้ติดต่อขอรับยาจากสถานพยาบาลเดิมหรือที่อยู่ใกล้บ้าน หรือร้านยา หรือจัดส่งยาทางไปรษณีย์ เพื่อหลีกเลี่ยงการมาสถานพยาบาลโดยไม่จำเป็น แนะนำให้ผู้ป่วยมารับการตรวจที่สถานพยาบาลในกรณีที่ผู้ป่วยอาการไม่คงที่ เช่น

  • ผู้ป่วยที่เพิ่งได้รับการวินิจฉัยภาวะไทรอยด์เป็นพิษไม่เกินสามเดือน
  • ผู้ป่วยภาวะไทรอยด์เป็นพิษที่ยังมีอาการรุนแรงหรืออาการทรุดลง
  • ผู้ป่วยเพิ่งได้รับการผ่าตัดต่อมไทรอยด์หรือได้รับไอโอดีนรังสีโดยเฉพาะผู้ที่ยังไม่ได้รับยาฮอร์โมนไทรอยด์ ควรพิจารณาติดตามระดับฮอร์โมนไทรอยด์
  • ผู้ป่วยที่อาจเป็นมะเร็งต่อมไทรอยด์ เช่น มีก้อนที่ต่อมไทรอยด์โตเร็ว มีก้อนที่ต่อมน้ำเหลือง หรือมีอาการ เหนื่อย เสียงแหบ กลืนลำบาก

 

คำถาม: หากมีนัดผ่าตัดต่อมไทรอยด์หรือให้การรักษาด้วยไอโอดีนรังสีในช่วงที่มีการระบาด COVID-19 ควรทำอย่างไร

คำตอบ: แนะนำให้เลื่อนการรักษาที่ไม่เร่งด่วน เช่น การผ่าตัดโรคไทรอยด์ที่ไม่ใช่มะเร็ง การรักษาด้วยไอโอดีนรังสีสำหรับผู้ป่วยไทรอยด์เป็นพิษ เพื่อให้สถานพยาบาลมีกำลังบุคลากร และทรัพยากร ในการดูแลผู้ป่วยฉุกเฉินในสถานการณ์โรค COVID-19

ดาวน์โหลดไฟล์ได้ที่ การดูแลตนเองสำหรับผู้เป็นโรคไทรอยด์_FINAL2

จัดทำโดยคณะกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์ สมาคมต่อมไร้ท่อแห่งประเทศไทย

ดัดแปลงจาก British Thyroid Association/Society for Endocrinology statement regarding issues specific to thyroid dysfunction during the COVID-19 pandemic, version 1, 25th March 2020

ไฟล์แนบ

ไม่สามารถนำไปใช้อ้างอิงได้
แชร์บทความ