COVID-19 กับไทรอยด์ (ความรู้สำหรับประชาชน)

 

ความรู้สำหรับประชาชน เรื่อง COVID-19 กับไทรอยด์

ทางสมาคมต่อมไร้ท่อแห่งประเทศไทยได้รวบรวมคำถามที่ผู้ป่วยโรคไทรอยด์มักถามบ่อยๆ ในช่วงการระบาดของโรค COVID-19 ดังนี้

วัคซีน COVID-19

  • ผู้ป่วยโรคไทรอยด์ฉีดวัคซีนป้องกัน COVID-19 ได้หรือไม่
    • คำตอบ: ฉีดได้ ไม่ว่าจะเป็นโรคไทรอยด์แบบใดก็ตาม ได้แก่ มีก้อนที่ต่อมไทรอยด์ คอพอก ไทรอยด์เป็นพิษหรือมีฮอร์โมนไทรอยด์ต่ำ ข้อดีจากการฉีดวัคซีน คือ ลดความรุนแรงและการเสียชีวิตจากโรค COVID-19 การที่ประชากรส่วนใหญ่ได้รับวัคซีน COVID-19 จะช่วยให้สถานการณ์การควบคุมโรคระบาด COVID-19 ได้ดีขึ้น ทั้งนี้การแพ้วัคซีนอาจเกิดขึ้นได้แต่น้อยมากและสามารถรักษาได้ (หลังฉีดวัคซีนต้องรอสังเกตอาการอย่างน้อย 30 นาที) เมื่อเทียบกับประโยชน์ที่ได้รับแล้วการฉีดวัคซีนป้องกัน COVID-19 นับว่ามีความคุ้มค่าอย่างยิ่ง จึงขอสนับสนุนให้ทุกท่านเข้ารับการฉีดวัคซีน ถ้าท่านมีข้อสงสัยเกี่ยวกับความปลอดภัยหรือข้อมูลของวัคซีน ควรปรึกษาแพทย์ผู้ดูแลเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม (สามารถปรึกษาทางไกลได้)
    • สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมที่ website กองควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข

ก้อนที่ต่อมไทรอยด์ (thyroid nodule)

  • กรณีที่แพทย์เลื่อนนัดเจาะตรวจชิ้นเนื้อก้อนที่ต่อมไทรอยด์ (fine-needle aspiration หรือ FNA) จะส่งผลกระทบต่อโรคหรือไม่
    • คำตอบ: โดยทั่วไป 90-95% ของก้อนที่ต่อมไทรอยด์เป็นเนื้อดี แต่ถ้าเป็นมะเร็งต่อมไทรอยด์ มักมีการดำเนินโรคที่ไม่รุนแรง จึงสามารถเลื่อนนัดการเจาะตรวจได้อย่างปลอดภัย แต่ในกรณีที่มีอาการผิดปกติ เช่น ก้อนโตเร็ว อึดอัด เสียงแหบหรือหายใจไม่ออก ควรปรึกษาแพทย์เพื่อให้การตรวจรักษาแบบเร่งด่วน
  • กรณีที่แพทย์เลื่อนการผ่าตัดต่อมไทรอยด์เพื่อรักษาโรคมะเร็งไทรอยด์ จะส่งผลกระทบต่อโรคหรือไม่
    • คำตอบ: ในช่วงการระบาดของ COVID-19 สถานพยาบาลมีความจำเป็นที่ลดการบริการการผ่าตัดที่ไม่ฉุกเฉินออกไป โดยทั่วไปตัวโรคมะเร็งต่อมไทรอยด์มีการแพร่กระจายหรือลุกลามน้อย ดังนั้นถ้าแพทย์ผู้รักษาพิจารณาแล้วสามารถเลื่อนผ่าตัดได้ในระยะเวลาเป็นเดือนๆ ได้อย่างปลอดภัย แต่ในกรณีที่เป็นภาวะฉุกเฉินหรือตัวโรคลุกลาม (พบไม่บ่อย) ทางทีมแพทย์ยังคงสามารถที่จะผ่าตัดแบบเร่งด่วนให้ได้
  • กรณีที่แพทย์เลื่อนการกลืนน้ำแร่ไอโอดีนเพื่อรักษาโรคมะเร็งไทรอยด์ จะส่งผลกระทบต่อโรคหรือไม่
    • คำตอบ: เช่นเดียวกับการเลื่อนผ่าตัดต่อมไทรอยด์
  • ผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งไทรอยด์ เป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเป็นโรค COVID-19 ที่รุนแรงหรือไม่
    • คำตอบ: ข้อมูลปัจจุบัน ผู้ป่วยโรคมะเร็งต่อมไทรอยด์ไม่ได้เป็นปัจจัยเสี่ยงที่จะติดเชื้อโรค COVID-19 รุนแรงกว่าคนปกติทั่วไป (ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้โรค COVID-19 รุนแรง ได้แก่ ผู้สูงอายุ อ้วน เบาหวาน สูบบุหรี่ โรคปอด โรคหัวใจ โรคไต โรคตับ เป็นต้น) เนื่องจากการรักษาโรคมะเร็งไทรอยด์แตกต่างจากโรคมะเร็งอื่นที่มักได้รับยาเคมีบำบัดที่อาจทำให้ภูมิต้านทานโรคต่ำ อย่างไรก็ตามผู้ป่วยมะเร็งไทรอยด์บางราย มีความเสี่ยงต่อโรค COVID-19 ที่รุนแรงได้ เช่น มะเร็งกระจายไปที่ปอดขั้นรุนแรง ได้รับยาเคมีบำบัด

ภาวะพร่องฮอร์โมนไทรอยด์ (= ฮอร์โมนไทรอยด์น้อยกว่าปกติ หรือ hypothyroidism)

  • ผู้ป่วยที่มีภาวะพร่องฮอร์โมนไทรอยด์ ที่เป็นโรคฮาชิโมโต้ (Hashimoto thyroiditis หรือ autoimmune thyroiditis) เป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเป็นโรค COVID-19 ที่รุนแรงหรือไม่ 
    • คำตอบ: ถึงแม้ Hashimoto thyroiditis จะมีสาเหตุจากภูมิในร่างกายที่ทำให้ต่อมไทรอยด์ผลิตฮอร์โมนไทรอยด์ได้น้อยลง แต่มักไม่ได้มีผลต่อการทำงานของร่างกายในระบบอื่นๆ จึงไม่ได้เป็นปัจจัยเสี่ยงที่จะติดเชื้อรุนแรงกว่าคนปกติทั่วไป
  • ถ้ารับประทานยาฮอร์โมนไทรอยด์เป็นประจำ แต่แพทย์เลื่อนนัดตรวจออกไปจะทำอย่างไร
    • คำตอบ: ขณะนี้สถานพยาบาลได้ปรับให้การรักษาแบบทางไกล (โทรศัพท์หรือ video call) สามารถส่งยาทางไปรษณีย์ได้ หรือเอาซองยาเดิมไปติดต่อสถานพยาบาลใกล้บ้านหรือร้านขายยาเพื่อรับยาเดิม (ถ้าไม่จำเป็น ให้หลีกเลี่ยงวิธีนี้ เพราะอาจมีความเสี่ยงต่อการติดโรค COVID-19 ให้ไปในระยะเวลาสั้นๆ และใส่ mask ให้ถูกวิธี ล้างมือบ่อยๆ และมี social distancing อย่างเคร่งครัด) ไม่ควรขาดยาเพราะอาจให้ร่างกายอ่อนแอได้ง่าย

ภาวะไทรอยด์เป็นพิษ (= ฮอร์โมนไทรอยด์สูงกว่าปกติ หรือ hyperthyroidism)

  • ผู้ป่วยที่มีภาวะไทรอยด์เป็นพิษ ที่เป็นโรคเกรฟส์ (Graves’ disease) เป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเป็นโรค COVID-19 ที่รุนแรงหรือไม่ 
    • คำตอบ: ถึงแม้ Graves’ disease จะมีสาเหตุจากภูมิในร่างกายที่กระตุ้นให้ต่อมไทรอยด์สร้างฮอร์โมนมากกว่าปกติ แต่มักไม่ได้มีผลต่อการทำงานของร่างกายในระบบอื่นๆ จึงไม่ได้เป็นปัจจัยเสี่ยงที่จะติดเชื้อรุนแรงกว่าคนปกติทั่วไป
  • ถ้ายังรักษาภาวะไทรอยด์เป็นพิษอยู่ต่อเนื่อง แต่แพทย์เลื่อนนัดตรวจออกไปจะทำอย่างไร
    • คำตอบ: ขณะนี้สถานพยาบาลได้ปรับให้การรักษาแบบทางไกล (โทรศัพท์หรือ video call) สามารถส่งยาทางไปรษณีย์ได้ ถ้าจำเป็นต้องเจาะเลือดเพื่อปรับยา แนะนำให้มาเจาะเลือดอย่างเดียวและกลับบ้านไม่ต้องรอตรวจ (ไปในระยะเวลาสั้นๆ และใส่ mask ให้ถูกวิธี ล้างมือบ่อยๆ และมี social distancing อย่างเคร่งครัด) และค่อยติดต่อแบบทางไกลทีหลัง เพื่อลดโอกาสสัมผัสเชื้อโรค

สามารถดูข้อมูลเกี่ยวกับ COVID-19 ได้ที่ website กองควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข

ไม่สามารถนำไปใช้อ้างอิงได้
แชร์บทความ