ศ.ดร.พญ.วรผกา มโนสร้อย
คำว่า “adrenal fatigue” หรือ “ต่อมหมวกไตล้า” เป็นแนวคิดที่อ้างว่าความเครียดเรื้อรังทำให้ต่อมหมวกไต (adrenal gland) หมดแรงและผลิต cortisol ไม่เพียงพอ ซึ่งคำนี้มักได้รับความนิยมในกลุ่ม influencer กลุ่มเวชศาสตร์ชะลอวัย (anti-aging) ในสื่อออนไลน์ และการตลาดอาหารเสริม สมาคมต่อมไร้ท่อทั่วโลกแนะนำว่าภาวะต่อมหมวกไตล้า ไม่ใช่ภาวะทางการแพทย์ที่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับ และยังไม่มีเกณฑ์วินิจฉัยหรือการตรวจทางห้องปฏิบัติการที่ผ่านการยืนยันความถูกต้องสำหรับภาวะนี้ จึงควรแยกจากภาวะ “adrenal insufficiency” หรือ “ภาวะฮอร์โมนต่อมหมวกไตบกพร่อง” หรือ “ภาวะพร่องฮอร์โมนต่อมหมวกไต” ซึ่งเป็นภาวะขาดฮอร์โมนที่มีพยาธิสภาพจริง มีเกณฑ์วินิจฉัยชัดเจน โดยมีหลักฐานและทฤษฎีดังนี้
- ในสภาวะเครียด ต่อมหมวกไตของมนุษย์จะตอบสนองด้วยการทำงานหนักขึ้นและสร้าง cortisol เพิ่มขึ้น ไม่ใช่หลั่งลดลง นอกจากนี้ อาการหมดแรงหรือล้าเรื้อรังจากความเครียดเกิดจากการตอบสนองของสมอง (ซึ่งเป็นอวัยวะที่ใช้พลังงานสูงถึง 40% ของร่างกาย) ต่อภาวะเครียด ไม่ใช่เกิดจากภาวะต่อมหมวกไตล้า
- มีการทบทวนงานวิจัยอย่างเป็นระบบ (systematic review) ของ Cadegiani และ Kater ในปี ค.ศ.2016 ซึ่งทบทวนงานวิจัย 58 ฉบับ ไม่พบหลักฐานสนับสนุนการมีอยู่ของภาวะต่อมหมวกไตล้า อย่างไรก็ตาม อาการอ่อนเพลียของผู้ป่วยเป็นเรื่องจริงและควรได้รับการประเมินอย่างจริงจัง
- กลุ่มผู้สนับสนุนภาวะต่อมหมวกไตล้า มักแนะนำให้ตรวจระดับ cortisol ในน้ำลาย (salivary cortisol) อย่างไรก็ตาม ระดับ cortisol ในน้ำลายมีการผันผวนสูงตามเวลาและคุณภาพการนอนหลับ ไม่สามารถนำมาพิสูจน์การทำงานของ hypothalamic-pituitary-adrenal (HPA) axis ได้ นอกจากนี้เมื่อนำผู้ป่วยที่ถูกระบุว่าเป็นต่อมหมวกไตล้ามาทดสอบการทำงานของต่อมหมวกไตด้วยวิธีมาตรฐาน เช่น Cosyntropin/ACTH stimulation test พบว่าผู้ป่วยทั้งหมดมีการทำงานของต่อมหมวกไตปกติ

ทั้งนี้แพทย์ควรแยกความแตกต่างระหว่างภาวะฮอร์โมนต่อมหมวกไตบกพร่อง (adrenal insufficiency) กับภาวะต่อมหมวกไตล้าให้ได้ โดย ภาวะ adrenal insufficiency เป็นโรคที่มีอยู่จริงและอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต ควรสงสัยเมื่อผู้ป่วยมีอ่อนเพลียร่วมกับน้ำหนักลด ความดันต่ำ คลื่นไส้อาเจียน เกลือแร่ผิดปกติ หรือประวัติใช้สเตียรอยด์ รวมถึงยาลูกกลอนและผลิตภัณฑ์ที่ไม่ทราบส่วนประกอบ ผิวหนังคล้ำและโพแทสเซียมสูง การวินิจฉัยภาวะ adrenal insufficiency อาศัยการคัดกรองด้วย serum morning cortisol และตรวจยืนยันด้วย Cosyntropin/ACTH stimulation test
ในผู้ป่วยที่ตรวจยืนยันแล้วไม่มีภาวะ adrenal insufficiency ควรประเมินสาเหตุอื่นๆของอาการอ่อนเพลียที่พบบ่อย ได้แก่ sleep deprivation/OSA, anemia, thyroid dysfunction, depression/anxiety, ผลข้างเคียงของยาต่างๆ และโรคระบบอื่นๆ โดยเลือกตรวจตามประวัติและการตรวจร่างกาย ไม่จำเป็นต้องตรวจ cortisol ในผู้ป่วยที่อ่อนเพลียทุกราย
ในผู้ที่ไม่มีภาวะ adrenal insufficiency แต่ให้การรักษาแบบภาวะต่อมหมวกไตล้า อาจเกิดอาการข้างเคียงจากการรักษาที่ไม่จำเป็นได้ เช่น อันตรายจาก adrenal cocktails คือเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของน้ำส้ม, น้ำมะพร้าว, cream of tartar และเกลือหิมาลายัน ซึ่งมีปริมาณโพแทสเซียม โซเดียม และน้ำตาลสูงมาก ซึ่งส่งผลเสียร้ายแรงต่อผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง โรคความดันโลหิตสูง หรือโรคเบาหวาน[หรืออันตรายจากสารสกัดต่อมหมวกไตจากสัตว์ (bovine/raw adrenal extracts) หรืออาหารเสริมที่วางขายทางอินเทอร์เน็ตซึ่งมักมีส่วนผสมของฮอร์โมนสเตียรอยด์และฮอร์โมนไทรอยด์ที่ออกฤทธิ์จริงปนเปื้อนอยู่การรับประทานผลิตภัณฑ์เหล่านี้จะไปกด HPA axis นำไปสู่ภาวะ glucocorticoid-induced adrenal insufficiency ได้และหากหยุดรับประทานฉับพลัน จะทำให้เกิดภาวะถอนสเตียรอยด์ (glucocorticoid withdrawal syndrome) หรือเกิด adrenal crisis ที่อันตรายถึงชีวิตได้
ดังนั้นในฐานะแพทย์ผู้ให้การรักษา ควรยืนยันว่าอาการอ่อนเพลียของผู้ป่วยมีความสำคัญ พร้อมอธิบายว่าภาวะเครียดอาจสัมพันธ์กับอาการอ่อนเพลีย แต่ไม่ได้เกี่ยวกับต่อมหมวกไตสูญเสียหน้าที่ในการสร้างฮอร์โมน ควรหลีกเลี่ยงการให้ glucocorticoid และผลิตภัณฑ์รักษาต่อมหมวกไตโดยไม่มีข้อบ่งชี้ การดูแลผู้ป่วยกลุ่มนี้ ควรมุ่งรักษาสาเหตุของอาการอ่อนเพลีย ปรับการนอนและพฤติกรรมสุขภาพ ประเมินสุขภาพจิตตามข้อบ่งชี้ และติดตามอาการอย่างต่อเนื่อง
โดยสรุป ภาวะต่อมหมวกไตล้ายังไม่มีหลักฐานรองรับในฐานะโรคทางการแพทย์ และไม่ควรใช้เป็นคำวินิจฉัยเพื่ออธิบายอาการอ่อนเพลียเรื้อรัง แพทย์ควรประเมินภาวะ adrenal insufficiency เมื่อมีอาการหรือปัจจัยเสี่ยงชี้นำ พร้อมสืบค้นสาเหตุอื่นตามบริบททางคลินิก การดูแลที่เหมาะสมคือการรับฟังและยอมรับอาการของผู้ป่วย รักษาสาเหตุที่ตรวจพบ และหลีกเลี่ยงการให้ฮอร์โมนหรือผลิตภัณฑ์บำรุงต่อมหมวกไตโดยไม่มีข้อบ่งชี้ เพื่อลดความเสี่ยงจากการรักษาที่ไม่จำเป็นและการวินิจฉัยโรคที่แท้จริงล่าช้า
เอกสารอ้างอิง
- McDermott MT. Pseudo-endocrine Disorders: Recognition, Management, and Action. J Endocr Soc. 2024 Dec 17;9(1):bvae226. doi: 10.1210/jendso/bvae226. PMID: 39749108; PMCID: PMC11694709.
- Cadegiani FA, Kater CE. Adrenal fatigue does not exist: a systematic review. BMC Endocr Disord. 2016 Aug 24;16(1):48. doi: 10.1186/s12902-016-0128-4. Erratum in: BMC Endocr Disord. 2016 Nov 16;16(1):63. doi: 10.1186/s12902
- Hahner S, Ross RJ, Arlt W, Bancos I, Burger-Stritt S, Torpy DJ, Husebye ES, Quinkler M. Adrenal insufficiency. Nat Rev Dis Primers. 2021 Mar 11;7(1):19. doi: 10.1038/s41572-021-00252-7. PMID: 33707469.











