ภาวะ Primary Aldosteronism (PA) เป็นความผิดปกติหลักของต่อมหมวกไตที่นำไปสู่การผลิตฮอร์โมนอัลโดสเตอโรนมากเกินไปจากต่อมหมวกไตข้างใดข้างหนึ่งหรือทั้งสองข้าง เป็นสาเหตุที่พบบ่อยของความดันโลหิตสูง โดยมีความสัมพันธ์กับความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนทางหัวใจและหลอดเลือดที่สูงกว่าความดันโลหิตสูงปฐมภูมิ แม้ว่าจะมีวิธีการวินิจฉัยและรักษาที่มีประสิทธิภาพ แต่ภาวะนี้ยังคงถูกวินิจฉัยและรักษาน้อยกว่าที่ควร
Endocrine society ได้ออก PA guideline ฉบับปรับปรุงใหม่ เน้นแนวทางการตรวจคัดกรอง การวินิจฉัย และ การรักษาภาวะ PA ทั้งแบบใช้ยาและการผ่าตัด
ในแง่การคัดกรอง guideline แนะนำให้คัดกรอง PA ในผู้ที่มีความดันโลหิตสูงทุกราย โดยการวัดระดับ aldosterone และ renin คำนวณ aldosterone ต่อ renin ratio (ARR) แต่บริบทประเทศไทยต้องพิจารณา cost effectiveness, ความเชี่ยวชาญของแพทย์, ทรัพยากรในการตรวจเพิ่มเติม เช่น หาก screen แล้ว positive เราสามารถส่งตรวจพิเศษเพิ่มเติม เช่น การทำ adrenal venous sampling หรือให้การรักษาจำเพาะ เช่น adrenalectomy ให้แก่ผู้ป่วยทุกรายได้หรือไม่
ในกรณีที่ screen positive การทำ confirmation aldosterone suppression test จะแนะนำให้เฉพาะในกรณีที่ มีโอกาสเป็น PA แบบข้างเดียว (lateralizing PA) ในระดับปานกลาง (intermediate probability) เท่านั้น ในกรณีที่มีโอกาสเป็น lateralizing PA สูง (มี clinical ชัดเจน resistant hypertension +/- hypokalemia, PRA < 0.2 ng/mL/h และ plasma aldosterone > 20 ng/dL) หรือ มีโอกาสเป็น lateralizing PA ต่ำ (ลักษณะทางคลินิกไม่ชัดเจน ไม่มี hypokalemia และ plasma/serum aldosterone ต่ำ < 11 ng/dL) ก็ไม่ต้องทำ confirmation test
ในผู้ที่ผลconfirmation test positive หรือผู้ที่ผลคัดกรองแสดงความน่าจะเป็นสูงที่จะเป็น PA ด้านเดียว แนะนำให้ทำการตรวจหา laterizing PA ด้วยการเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT scan) ในรายที่จะพิจารณารักษาโดยการผ่าตัด ควรพิจารณาทำ adrenal venous sampling ยกเว้นในกรณีที่ผู้ป่วยอายุ < 35 ปี, มีอาการรุนแรงของ PA เช่น spontaneous hypoK, PAC > 30, PRA suppressed
ในการรักษาด้วยยา แนะนำให้ใช้ยากลุ่มตัวต้านตัวรับ mineralocorticoid (Mineralocorticoid Receptor Antagonists: MRAs) แทนการใช้ยากลุ่มยับยั้งช่องโซเดียม ENaC โดยแนะนำให้ใช้ spironolactone มากกว่ายา MRA ชนิดอื่น เนื่องจากราคาต่ำกว่าและหาง่ายกว่า อย่างไรก็ตาม MRAs ทุกชนิดเมื่อปรับขนาดยาให้เทียบเท่ากันคาดว่าจะมีประสิทธิภาพใกล้เคียงกัน ดังนั้น ในบางกรณีอาจเลือกใช้ MRA ที่มีความจำเพาะต่อตัวรับ mineralocorticoid มากกว่า และมีผลข้างเคียงต่อฮอร์โมนเพศชาย/เพศหญิงน้อยกว่า
ในผู้ที่ได้รับยา MRA เราแนะนำให้ติดตามระดับ renin และในกรณีที่ยังควบคุมความดันโลหิตไม่ได้และ renin ยังต่ำอยู่ ควรปรับเพิ่มขนาดยา MRA
อ่านเพิ่มเติมที่ https://doi.org/10.1210/clinem/dgaf284











