14 มกราคม 2026

Pharmacologic Treatment of Obesity in Adults: Standards of Care in Overweight and Obesity

📌 American Diabetes Association (ADA) เปิดตัววารสารใหม่
Diabetes, Obesity, and Cardiometabolic CARE

พร้อมเผยแพร่บทความ
Pharmacologic Treatment of Obesity in Adults: Standards of Care in Overweight and Obesity

ประเด็นสำคัญจากแนวทาง

1. หลักการรักษา
การรักษาด้วยยาลดน้ำหนักมีบทบาทเป็นการรักษาเสริม (adjunctive therapy) เพื่อการลดและควบคุมน้ำหนักในระยะยาว โดยต้องใช้ร่วมกับการปรับพฤติกรรมด้านโภชนาการและการออกกำลังกายอย่างต่อเนื่อง

2. เป้าหมายการลดน้ำหนักที่มีความหมายทางคลินิก

  • การลดน้ำหนัก ≥ 5% ช่วยให้สุขภาพโดยรวมดีขึ้น
  • การลดน้ำหนัก ≥ 10% มีประโยชน์ต่อการควบคุมโรคแทรกซ้อนส่วนใหญ่ เช่น ความดันโลหิตสูงและภาวะไขมันในเลือดผิดปกติ
  • การลดน้ำหนัก ≥ 15% แนะนำในผู้ป่วยที่มีโรคแทรกซ้อนรุนแรง เช่น obstructive sleep apnea

3. การเลือกยาตามโรคร่วม
ในผู้ป่วยที่มีเบาหวานชนิดที่ 2 โรคหัวใจและหลอดเลือด หรือ metabolic dysfunction–associated steatotic liver disease (MASLD)
แนวทางแนะนำให้พิจารณา GLP-1 receptor agonist หรือ dual GIP/GLP-1 receptor agonist
เช่น Semaglutide หรือ Tirzepatide เป็นตัวเลือกแรก เนื่องจากมีหลักฐานเชิงประจักษ์ว่าช่วยปรับปรุงทั้งน้ำหนักตัวและโรคร่วมดังกล่าว

4. ประสิทธิภาพของยาในการลดน้ำหนัก (ค่าเฉลี่ยจากการศึกษา)

  • Tirzepatide ≈ ลดน้ำหนักได้ 16.2%
  • Semaglutide ≈ ลดน้ำหนักได้ 11.9%
  • Phentermine–Topiramate ≈ ลดน้ำหนักได้ 8.8%

5. ความปลอดภัยและข้อควรระวัง

  • ควรเริ่มยาจากขนาดต่ำและปรับเพิ่มอย่างค่อยเป็นค่อยไปเพื่อลดอาการไม่พึงประสงค์
  • โรคอ้วนเป็นโรคเรื้อรัง จำเป็นต้องรักษาอย่างต่อเนื่อง หากหยุดยา น้ำหนักมักกลับมาเพิ่ม
  • ยามีข้อห้ามใช้ในหญิงตั้งครรภ์หรือผู้ที่มีแผนตั้งครรภ์
  • ไม่แนะนำการใช้ compounded anti-obesity medications เนื่องจากขาดข้อมูลด้านความปลอดภัยและมาตรฐานการผลิต

สรุป
การรักษาโรคอ้วนควรเป็นกระบวนการ shared decision-making ระหว่างแพทย์และผู้ป่วย โดยคำนึงถึงเป้าหมายการรักษา โรคร่วม ประสิทธิภาพ และความปลอดภัยของยาในแต่ละราย

อ่านเพิ่มเติมที่ https://doi.org/10.2337/doci25-0008

Share on social media:
Facebook
Twitter
LinkedIn
Telegram

โพสที่เกี่ยวข้อง